เครื่องรีดใยไหมขัดซอกฟัน

   
  ชื่อผู้วิจัย/ผู้ประดิษฐ์ : นายชัยพร พัฒนจักร
อาจารย์ภาควิชาฟิสิกส์
โรงเรียนบ้านผือพิทยาสรรค์ จังหวัดอุดรธานี
   
         ขั้นตอนการทำ
   
 

         สำหรับขั้นตอนการทำ นำรังไหมจำนวน 180 รัง สำหรับไหมขาวพันธุ์ต่างประเทศ มาต้มใน น้ำเดือดอุณหภูมิ 70-80 องศาเซล เซียส เพื่อให้ได้เส้นใยไหมดิบจำนวน 1 เส้น ซึ่งเส้นไหมที่ได้จากขั้นตอนแรกจะมีความแข็งกระด้างอยู่ จึงเรียกว่า “ไหมดิบ” และจะยังไม่สามารถนำไปทำไหมขัดฟันได้ ดังนั้นจึงต้องนำไหมดิบที่สาวได้ไปฟอกเพื่อให้เส้นไหมอ่อนนุ่มด้วยกระบวนการฟอกไหมแบบพื้นบ้านดั้งเดิม ด้วยน้ำด่างจากขี้เถ้าเถาวัลย์ต้นหมากเห็บ (ชื่อเรียกแบบพื้นบ้านอีสาน) หรือขี้เถาจากการเผาไม้ขี้เหล็ก แล้วนำขี้เถ้าผสมกับน้ำเปล่าอัตราส่วนของน้ำหนัก 1:3 ไปใส่ในหม้อดินที่เจาะรูที่ก้นหม้อพอประมาณ ทิ้งไว้ 1 คืนเพื่อให้น้ำซึมผ่านขี้เถ้าตกลงไปในถังรอง ทำให้ได้ค่า PH = 11-12 จากนั้นนำน้ำด่างที่ได้จากการกรองแล้วไปต้มน้ำให้เดือด หลังจากนั้นนำเส้นไหมดิบไปแช่ ประมาณ 3-5 นาที นำเส้นไหมขึ้นจากหม้อดิน แล้วนำไปล้าง ออกด้วยน้ำเปล่า 2 น้ำ เพื่อรีดกาวเซริซีนที่ยังติดมากับเส้นไหมให้หลุดออกให้หมด และนำขึ้นไปตากแดดให้แห้ง จากนั้นนำเส้นไหมฟอกที่แห้งแล้วไปอบด้วยไอน้ำ เพื่อฆ่าเชื้อโรคด้วยหม้อนึ่งอบไอดัน ประมาณ 10 นาที นำเส้นไหมที่ผ่านการฟอกแล้วมาปั่นด้วยเครื่องกวักไหมแบบ 2 หัว ที่ประดิษฐ์ขึ้นมา โดยหัวกวักอันล่างหมุนด้วยความเร็วช้าประมาณ 45 รอบต่อนาที เพื่อกวักไหมจากกรงไม้เข้าอักไม้โบราณ ทำให้เส้นไหมเรียงตัวเป็นระเบียบ หลังจากนั้นนำอักไม้ที่ปั่นไหมเรียบร้อยออกจากหัวกวักอันล่าง นำไปใส่ไว้ในแกนหมุนของหัวกวักตัวบน ซึ่งปั่นไหมเข้ากระสวยพลาสติกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางภายใน 2 นิ้วและภายนอก 4 นิ้ว ด้วยความเร็วรอบ 270 รอบต่อนาที เพื่อให้เส้นไหมเรียงตัวเป็นระเบียบ ไม่พันกันแน่น โดยเก็บไว้ในถุงปลอดเชื้อก่อนเมื่อนำไปใช้ทำเส้นใยรีดไหมขัดฟัน

   
  ขั้นตอนการผลิต
   
 
         ส่วนขั้นตอนการผลิตคือ 1.การทำน้ำมันเคลือบขี้ผึ้งเทียม อัตราส่วนโดยน้ำหนัก 2 : 1 ชั่งขี้ผึ้ง 200 กรัม น้ำมันรำข้าว 100 กรัม เทน้ำมันรำข้าวลงในหม้อต้มที่ติดตั้งบนเครื่องรีดใยไหมขัดซอกฟัน ที่อุณหภูมิประมาณ 200-250 องศาเซลเซียส นานประมาณ 30 นาที จนละลาย กลายเป็นสารละลายชนิดเดียวกัน ซึ่งหม้อมีขนาดกว้าง 10 เซนติเมตร ยาว 10 เซนติเมตร สูง 5 เซนติเมตร ตรงกลางหม้อมีแขนยึดติดสองข้างตามขวางเพื่อให้เส้นไหมวิ่งผ่านน้ำมันเคลือบขี้ผึ้งเทียม เมื่อถูกดึงด้วยความเร็วคงที่โดยใช้ตัวทำความร้อนจากขดลวดความร้อนของกาต้มน้ำชนิดแผ่น 100 วัตต์ 220 โวลต์ ควบคุมความร้อนด้วยเครื่องปรับกระแสเพื่อควบคุมอุณหภูมิของหม้อต้มให้คงที่ 2.นำกระสวยที่มีเส้นใยไหมขัดซอกฟันเข้าแกนหมุนกันหลุดด้วยตัวบล็อกแบบหลวม เพื่อให้หมุนได้คล่องจึงนำเส้นไหมผ่านหม้อต้มขี้ผึ้งเทียมให้เส้นไหมผ่านน้ำมันต้มขี้ผึ้งจนท่วมเส้นไหม จากนั้นดึงเส้นไหมให้คล้องผ่านลูกรีดทั้ง 8 ตัว โดยสลับบนล่างให้เป็นฟันปลา จนถึงตัวสุดท้าย แล้วจึงดึงเส้นใยไหมผ่านหัวรีด 1 คู่ เพื่อทำหน้าที่รีดเอาขี้ผึ้งที่ติดมามากเกินไปออกและทำให้เส้นไหมเรียบแบน ในระหว่างนี้ให้เปิดเครื่องทำงาน เส้นไหมจะถูกรีดด้วยหัวรีดจนทำให้ขี้ผึ้งซึมผ่านเส้นใยไหมเข้าไปเคลือบบนช่องว่างของเส้นใยไหมทุกเส้น แล้วนำเส้นใยไหมขัดซอกฟันดึงไปพันรอบแกนหมุนสำหรับใส่หลอดพีวีซี ทำหน้าที่เป็นแกนหมุนให้เส้นไหมติดกันแน่นและเป็นระเบียบ ตั้งเวลาควบคุมการทำงานของเครื่อง เมื่อเครื่องหยุดทำงานก็ จะได้เส้นใยไหมขัดซอกฟันตามต้องการ ดึงแกนหลอดของเส้นใยไหมขัดซอกฟันออกวางไว้ให้น้ำมันที่ติดมาบางส่วนซึมผ่านกระดาษซับ หลังจากนั้นนำไปทดสอบสมบัติทางกายภาพ

       เส้นใยไหมขัดซอกฟันชนิดควบคุมกับชนิดทดลอง จะถูกสุ่มเลือกมา 10 ม้วน จากจำนวนทั้งหมด เพื่อใช้ในการวิจัยหาสมบัติทางกายภาพ คือ 1. ขนาดของเส้นใยไหมขัดซอกฟัน มีหน่วยเป็น (Dtex: g/1000m) 2. ขนาดแรงตึงสูงสุดก่อนขนาด (Maximum Load) โดยใช้เครื่องมือทดสอบแรงตึงความแข็งแรงของตัวอย่างเส้นใยขัดซอกฟันจะแสดงผลด้วยขนาดของน้ำหนัก มีหน่วยเป็น นิวตัน (N) 3. ความเหนียว (Strength) มีหน่วยเป็น เมกะพาสคาล (MPa) 4. ค่าร้อยละของความยาวเพิ่มขึ้น (% Elongation) 5. ค่าโมดูลัสของยัง (Young's Modulus) มีหน่วยเป็น เมกะพาสคาล (MPa) ซึ่งประโยชน์ที่จะได้รับคือคณะผู้วิจัยได้เครื่องจักรที่ใช้ในกระบวนการผลิตใยไหมขัดซอกฟัน สามารถผลิตใยไหมขัดซอกฟันชนิดเคลือบขี้ผึ้งอบกลิ่นสมุนไพรไทย ใช้สำหรับป้องกันและรักษาผู้ป่วยในโครงการรักษาโรคปริทันต์ตามสถานพยาบาลต่างๆ ส่งให้ตามโรงเรียนให้เด็กได้ใช้เพื่อสุขภาพที่ดีในช่องปาก และได้ผลิตใยไหมขัดฟันที่เป็นสินค้าที่ผลิตและจำหน่ายโดยคนไทย
   
 

<< BACK