ที่มาของโครงการ

โครงการทุนสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย หรือทุน TGIST จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2541 โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นโครงการสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับนิสิต/นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา (ปริญญาโท-เอก) โดยเริ่มการสนับสนุนในระยะที่ 1 เป็นเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 – 2545 มีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาจำนวน 12 สถาบัน มีโครงการวิจัย 100 โครงการ และได้ดำเนินการในระยะที่ 2 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 เป็นต้นมา โดยมีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาเพิ่มเป็น 23 สถาบัน มีโครงการวิจัยเพิ่มเป็น 578 โครงการ ผู้รับทุนที่สำเร็จการศึกษาจำนวนมากได้เข้าสู่การเป็นนักวิจัย นักเทคโนโลยี หรืออาจารย์ ทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน ที่เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศอย่างต่อเนื่อง

รูปแบบของโครงการ

โครงการทุนสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทยมุ่งสนับสนุนการผลิตบัณฑิตวิจัยคุณภาพสูง ผ่านการสนับสนุนทุนให้กับนักศึกษาปริญญาโทและเอกที่ทำวิทยานิพนธ์ภายใต้การดูแลให้คำปรึกษาของอาจารย์มหาวิทยาลัย ร่วมกับนักวิจัย สวทช. โดยอาศัยกลไกความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาต่างๆ ในประเทศซึ่งมีความแข็งแกร่งด้านวิชาการ มีความพร้อมของทีมอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญและนักศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษา ผนึกกำลังทางวิชาการร่วมกับนักวิจัยจากศูนย์ต่างๆของ สวทช. ซึ่งประกอบด้วย ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (NANOTEC) และศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (TMC) ที่มีความพร้อมด้านสถานที่ อุปกรณ์และเครื่องมือในการทำวิจัยภายในอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย (Thailand Science Park) ซึ่งมีห้องปฏิบัติการวิจัยทั้งสิ้นมากกว่า 60 ห้อง รวมทั้งห้องปฏิบัติการวิจัยที่ตั้งอยู่ ณ หน่วยปฏิบัติการเครือข่ายของ สวทช. ภายในมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศกว่า 35 หน่วยเครือข่าย โดยมีบุคลากรวิจัยระดับปริญญาเอกกว่า 300 คน ที่พร้อมทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษางานวิจัยให้แก่นักศึกษา ผนวกกับการที่ สวทช. ดำเนินการในพันธกิจการถ่ายทอดองค์ความรู้งานวิจัยและพัฒนากับภาคเอกชนอย่างเข้มแข็ง จึงเกิดเป็นเครือข่ายความร่วมมือของงานวิจัยและพัฒนาพร้อมกับการพัฒนากำลังคนระดับบัณฑิตศึกษา อันเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนา ความเข้มแข็งทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ

วัตถุประสงค์ของโครงการ
  1. ผลิตบัณฑิตวิจัยที่มีคุณภาพสูงทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตามพันธกิจ
    1 ใน 4 ด้านของ สวทช. ซึ่งสอดคล้องกับการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ
  2. เกิดผลงานวิจัยทั้งการสร้างสรรค์องค์ความรู้ ผลิตต้นแบบ และสิทธิบัตรทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตามทิศทางความต้องการของประเทศ
  3. ก่อให้เกิดความร่วมมือและเชื่อมโยงเครือข่ายงานวิจัยระหว่าง สวทช. สถาบันการศึกษา และ/หรือภาคเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

เป้าหมายของโครงการ

สนับสนุนทุนการศึกษาวิจัยให้แก่นิสิต/นักศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีศักยภาพ ทั้งในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ไม่ต่ำกว่า 100 ทุนในทุกๆ ปี โดยมุ่งเน้น ผู้รับทุนระดับปริญญาเอก (ในปี พ.ศ. 2551 ถึง พ.ศ. 2553 ผู้รับทุนระดับปริญญาเอกเพิ่มขึ้นจาก 40 ทุนเป็นจำนวน 60 ทุนต่อปี) โดยโครงการฯ จะส่งเสริมกระบวนการบ่มเพาะ เพื่อให้ผู้รับทุนสามารถผลิตผลงานวิจัยตามมาตรฐานสากล เช่น การจัดอบรมโดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ และการจัดให้นักศึกษาผู้รับทุนนำเสนอความก้าวหน้าของงานวิจัยอย่างน้อย  2 ครั้งต่อปี

ข้อดีของการเข้าร่วมโครงการฯ

ข้อดีต่อนักศึกษา

  1. ได้ร่วมงานวิจัย และสร้างผลงานกับอาจารย์ที่ปรึกษาและนักวิจัยคุณภาพของ สวทช. และสามารถใช้ทรัพยากรในการวิจัยของทั้ง สวทช. และมหาวิทยาลัยได้
  2. ได้รับทุนการศึกษาเป็นระยะเวลา 2 ปีในระดับปริญญาโทและ 3 ปีในระดับปริญญาเอก ในหมวดค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายส่วนตัวรายเดือน และค่าศึกษาวิจัย
  3. มีโอกาสพัฒนาตนเองให้เป็นบัณฑิตวิจัยคุณภาพสูง เช่น ขอรับการพิจารณาทุนสนับสนุนพิเศษเพื่อนำเสนอผลงานวิจัยในที่ประชุมวิชาการระดับนานาชาติชั้นนำ หรือทุนสนับสนุนการศึกษาวิจัยระยะสั้นต่างประเทศ (เฉพาะระดับปริญญาเอก)
  4. ได้รับคำปรึกษา แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ร่วมกัน กับอาจารย์ที่ปรึกษาและนักวิจัย สวทช.
  5. เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสร้างเครือข่ายและชุมชนผู้มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ทางด้านวิจัยในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้กับประเทศ
  6. นักศึกษาที่มีผลงานทางวิจัยในระดับสากลอย่างต่อเนื่อง สามารถเสนอผลงานเพื่อเข้ารับรางวัลนักศึกษาทุนผู้มีผลงานทางวิชาการระดับยอดเยี่ยม (Outstanding Award) จากโครงการฯ

ข้อดีต่ออาจารย์ที่ปรึกษา

  1. ได้นักศึกษาที่มีคุณภาพเข้าร่วมโครงการวิจัย และร่วมสร้างผลงานวิชาการ
  2. ได้มีโอกาสทำวิจัยร่วมกับนักวิจัยของ สวทช. และสามารถใช้ทรัพยากรในการวิจัยของ สวทช. ได้
  3. มีโอกาสเข้าร่วมในโครงการเครือข่ายต่างๆ ที่ สวทช. ดำเนินการอยู่ เพื่อรับคำปรึกษา แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ร่วมกัน
  4. ร่วมสร้างเครือข่ายและชุมชนผู้มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ทางด้านวิจัยในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้กับประเทศ.
ข้อดีต่อนักวิจัย สวทช.
  1. มีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในการดำเนินการวิจัย อันเป็นโอกาสที่จะได้แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และใช้ทรัพยากรในการทำวิจัยร่วมกับอาจารย์ของมหาวิทยาลัย
  2. เพิ่มศักยภาพงานวิจัยและผลงานวิจัย ซึ่งจะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นจากการที่มี
    นักศึกษาระดับปริญญาโทและเอกที่มีคุณภาพมาร่วมทำวิจัย
  3. ร่วมสร้างเครือข่ายและชุมชนผู้มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ทางด้านวิจัยในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้กับประเทศ
  4. สามารถดำเนินงานวิจัยที่ตอบโจทย์ของสังคมและประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
ประโยชน์สูงสุดแก่สังคม

ความสำเร็จจากการผนึกกำลัง ร่วมมือผ่านเครือข่ายความเชื่อมโยงระหว่างนักวิจัย สวทช. อาจารย์มหาวิทยาลัย และนักศึกษา จะนำไปสู่การสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ผู้ซึ่งจะเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสรรค์งานวิจัย เพื่อพัฒนาประเทศในอนาคต จะทำให้ได้จำนวน
นักวิจัยที่มีคุณภาพเพิ่มมากขึ้น และผลิตผลงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่
เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมตามมาตรฐานสากล
   
© Copyright 2008 Thailand Graduate Institute of Science and Technology (TGIST), NSTDA. All rights reserved.