วารสารข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จากกรุงบรัสเซลส์ ฉบับที่ 4 เดือน เมษายน 2563

มาตรการเพื่อรับมือกับสถานการณ์โรคโควิด-19 หลังจากการผ่อนปรนการปิดประเทศในยุโรป
ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนและต้นเดือนพฤษภาคม หลังจากตัวเลขผู้ติดเชื้อเริ่มลดลง ประเทศในยุโรปเริ่มผ่อนปรนมาตรการปิดเมืองและการห้ามกิจการ
ทางสาธารณะ โดยแนวปฏิบัติการผ่อนปรนมาตรการการปิดเมือง ให้เป็นแนวทางสำหรับประเทศสมาชิก ให้พิจารณาถึงปัจจัยสำคัญ
3 ประการที่ใช้
เป็นตัวชี้วัดถึงความพร้อมในการผ่อนปรนมาตรการการปิดเมือง ได้แก่
- ข้อมูลทางการระบาดวิทยา
: โดยจะต้องมีการลดลงของจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ ผู้ติดเชื้อที่ต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาล และผู้ติดเชื้ออาการหนัก
อย่างต่อเนื่อง
- ความสามารถด้านสาธารณสุขและการแพทย์
: โดยจะต้องมีแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ จำนวนเตียงในโรงพยาบาล การเข้าถึงยารักษาโรค
อุปกรณ์การป้องกันการติดต่อของโรค การเข้าถึงการรักษาของกลุ่มเสี่ยง ฯ ให้เพียงพอต่อการรักษาและดูแลผู้ป่วย
- ความสามารถในการติดตามการแพร่กระจายขอบโรค
: โดยต้องมีศักยภาพเพียงพอในการตรวจทดสอบอย่างกว้างขวางเพื่อตรวจหาผู้ติดเชื้อ และ
ติดตามการแพร่กระจายของไวรัสผ่านการทำ
contact tracing และเมื่อพบผู้ติดเชื้อต้องสามารถกักกันผู้ติดเชื้อไม่ให้แพร่กระจายโรคต่อไป


เยอรมนี

มาตราการสำหรับการรักษาระยะห่าง
ขยายข้อกำหนดเกี่ยวกับการรักษาระยะห่างทางสังคมออกไป โดยประชาชนยังจำเป็นต้องจำกัดการเดินทางและรักษาระยะห่างกับบุคคลอื่นอย่างน้อย
1.5 เมตร ต่อไป และห้ามรวมกลุ่มมากกว่า 2 คน ในที่สาธารณะ
มาตราการสำหรับการคมนาคม
ขยายเวลาของมาตรการควบคุมชายแดนทางบกระหว่างเยอรมนีกับออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส ลักเซมเบิร์ก และเดนมาร์ก และห้ามการเดินทาง
หรือท่องเที่ยวส่วนบุคคล
มาตรการสำหรับร้านค้าและร้านอาหาร
ประกาศผ่อนปรนให้ร้านค้าปลีกทุกประเภทที่มีขนาดเล็กกว่า
800 ตารางเมตร เปิดทำการได้ตั้งแต่ 20 เมษายน 2563 เป็นต้นไป โดยร้านเหล่านี้ต้องมี
มาตรการด้านสุขอนามัย การเข้าใช้บริการ  จำกัดจำนวนลูกค้า
มาตราการสำหรับสถานศึกษา
ให้เริ่มการเรียนการสอนได้เริ่มจากชั้นเรียนเด็กประถมและมัธยม สำหรับนักเรียนอนุบาลและอื่นๆ จะมีการพิจารณาผ่อนปรนอีกครั้ง โดยพื้นที่ในชั้นเรียน
ต้องมีพื้นที่ไม่ต่ำกว่า
20 ตารางเมตร/คน ในขณะที่มหาวิทยาลัยใช้วิธีการเรียนการสอนแบบออนไลน์
มาตราการสำหรับการตรวจหาเชื้อและการวิจัย
สนับสนุนการวิจัยและการพัฒนาวัคซีน ได้อนุมัติให้มีการเริ่มต้นทดสอบวัคซีนป้องกันเชื้อโควิด-
19 ในมนุษย์แล้ว เบื้องต้นมีอาสาสมัครที่สุขภาพดีราว
200 คนอายุระหว่าง 18-55 ปี เข้าร่วมทดสอบ โดยวัคซีนได้รับการพัฒนาภายใต้ความร่วมมือของบริษัทยาผู้เชี่ยวชาญด้านไบโอเทคโนโลยีของ
เยอรมนี มาตรการที่ยังไม่มีการผ่อนปรน
ร้านอาหารและสถานบันเทิง อาทิ ผับ บาร์ โรงหนัง โรงละคม ยังไม่สามาถเปิดทำการได้

ฝรั่งเศส

  1. การป้องกันการติดเชื้อ : เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส รวมทั้งต้องมีการสวมหน้ากากในบางสถานที่ รัฐบาลได้พยายามดำเนินการ
    เพื่อให้ประชาชนมีหน้ากากอย่างทั่วถึง
  2. การตรวจสอบการติดเชื้อ : รัฐบาลตั้งเป้าหมายที่จะทำการตรวจสอบการติดเชื้อให้ได้อย่างน้อย 7 แสนครั้งต่อสัปดาห์ ได้เพิ่มชุดตรวจ
    ให้เพียงพอ นอกจากนี้ยังจัดตั้งหน่วยงานเพื่อทำการสืบประวัติโดยเฉพาะเพื่อให้ผู้ใกล้ชิดกับผู้ตรวจพบการติดเชื้อ ได้รับการตรวจสอบ
    การติดเชื้อด้วย
  3. การแยกตัวเมื่อติดเชื้อ : สามารถแยกตัวผู้ติดเชื้อได้เร็วที่สุดเพื่อระงับการแพร่ระบาด โดยรัฐบาลเปิดโอกาสให้เลือกว่าจะแยกตัวกับ
    ครอบครัวทั้งหมดหรือที่โรงแรมโดยลำพัง

เนเธอร์แลนด์

มาตราการสำหรับสถานศึกษา
โรงเรียนประถมศึกษา ให้ลดขนาดกลุ่มในห้องเรียนลงครึ่งหนึ่ง โดยให้นักเรียนเข้าโรงเรียนประมาณร้อยละ
50 ของเวลาทั้งหมด อีกครึ่งหนึ่งของ
เวลาที่เหลือให้เรียนแบบออนไลน์
มาตราการสำหรับร้านค้าและร้านอาหาร
อนุญาตให้ร้านอาหารแบบนั่งนอกร้านเปิดได้ โดยต้องเว้นระยะห่าง
1.5 เมตร รักษาระยะห่าง 1.5 เมตรระหว่างกัน ก่อนใช้บริการมีการสอบถาม
ล่วงหน้าเพื่อประเมินความเสี่ยงในการติดเชื้อหรือไม่
มาตราการสำหรับการใช้หน้ากากอนามัย
ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถรักษาระยะห่าง
1.5 เมตรระหว่างกันได้ เช่น กรณีผู้โดยสารและพนักงานในระบบขนส่งสาธารณะ จะต้องสวมหน้ากาก
อนามัย
มาตรการสำหรับการเล่นกีฬา/ออกกำลังกาย
เด็กและเยาวชนจะมีการเล่นกีฬากลางแจ้ง แต่ไม่มีการแข่งขันอย่างเป็นทางการ เด็กอายุไม่เกิน
12 ปี สามารถออกกำลังกายด้วยกันกลางแจ้ง
ภายใต้การดูแล ขณะที่เยาวชนอายุ
13 ถึง 18 ปี ได้รับอนุญาตให้ออกกำลังกลางแจ้งด้วยกัน แต่ต้องเว้นระยะห่างทางกายภาพอย่างน้อย 1.5 เมตร
มาตรการสำหรับผู้สูงอายุ
อนุญาตให้ผู้สูงอายุที่มีอายุ
70 ปีขึ้นไปที่อาศัยอยู่อย่างอิสระสามารถมีคนมาเยี่ยมอย่างสม่ำเสมอได้คราวละหนึ่งหรือสองคน
มาตรการที่ยังไม่มีการผ่อนปรน
ขยายมาตรการห้ามจัดกิจกรรม การชุมนุมต่างๆ ไปจนถึงวันที่
1 กันยายน 2563

เบลเยียม
มาตรการสำหรับการคมนาคม
บุคคลที่มีอายุมากกว่า
12 ปี ที่ต้องใช้บริการขนส่งสาธารณะ หรือออกไปในที่สาธารณะ จะต้องใส่หน้ากากอนามัย หน้ากากผ้า ผ้าพันคอ หรือ
อุปกรณ์อื่นๆที่ช่วยปกปิดจมูกและปาก และแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินทางระหว่างชั่วโมงเร่งด่วน หากเป็นไปได้ควรใช้พาหนะส่วนตัวให้มาก
ที่สุดในการเดินทาง เช่นรถยนต์ จักรยาน หรือ การเดินเท้า สำหรับผู้ไม่มีความจำเป็นให้งดเดินทางออกจากที่อยู่อาศัย เพื่อลดการแพร่กระจาย
เชื้อต่อไป
มาตราการสำหรับสถานศึกษา
โรงเรียนยังคงเป็นศูนย์กลาง เพื่อรับและดูแลเฉพาะเด็กที่พ่อแม่ต้องออกไปทำงาน
มาตราการสำหรับบริษัท
บริษัทห้างร้านยังสามารถดำเนินกิจการได้ สามารถเริ่มติดต่อระหว่างธุรกิจได้ แต่ธุรกิจที่ติดต่อกับสาธารณะยังคงงด โดยยังถือให้การทำงาน
จากบ้านยังคงเป็นแนวปฏิบัติมาตรฐานที่แนะนำ

สหราชอาณาจักร

การผ่อนคลายมาตรการปิดเมืองจะดำเนินการแบบเป็นขั้นเป็นตอนและมีเงื่อนไข โดยการผ่อนคลายมาตรการปิดเมืองจะดำเนินการแบบ
เป็นขั้นเป็นตอนและมีเงื่อนไข โดยพิจารณาจาก
5 ปัจจัยหลักได้แก่
- การป้องกันระบบบริการด้านสุขภาพแห่งชาติของอังกฤษ
(NHS)
- อัตราการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง
- อัตราการติดเชื้อโรคโควิด-
19 ลดลงอย่างต่อเนื่องและเป็นที่น่าพอใจ
- การผลักดันให้มีอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลเพียงพอต่อบุคลากรที่จำเป็นต้องใช้
- การสร้างความเชื่อมั่นว่ามาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลนำมาใช้นั้นจะไม่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดซ้ำ

อิตาลี

มาตรการสำหรับการคมนาคม
อนุญาตให้ประชาชนเดินทางภายในแคว้นได้ และไปหาญาติได้ในจำนวนที่ไม่มาก ภายใต้เงื่อนไขที่ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้ง
มาตรการสำหรับการเล่นกีฬา/ออกกำลังกาย
สถานที่กลางแจ้งและสวนสาธารณะต่างๆ จะเปิดให้ใช้บริการอีกครั้ง และประชาชนวิ่งออกกำลังกายหรือขี่จักรยานได้ โดยให้อยู่ในรัศมี
200 เมตรจากที่อยู่อาศัย ส่วนนักกีฬาให้กลับมาฝึกซ้อมแบบแยกเดี่ยวได้
มาตรการที่ยังไม่มีการผ่อนปรน
โรงเรียนต้องยังไม่เปิดการเรียนการสอนจนกว่าจะถึงเดือนกันยายน

สเปน

มาตราการสำหรับการคมนาคม
อนุญาตให้ประชาชนออกนอกบ้านเพื่อออกกำลังกาย เดินนอกบ้าน และซื้ออาหารได้ในระยะเวลาสั้นๆ
มาตราการสำหรับร้านค้าและร้านอาหาร
อนุญาตให้ธุรกิจบางประเภทกลับมาเปิดทำการใหม่ได้ เช่น ร้านตัดผม ร้านอาหาร ที่มีบริการซื้อกลับบ้านด้วยภายใต้ข้อจำกัดอันเข้มงวด
โรงภาพยนตร์โรงละคร และงานนิทรรศการ เปิดทำการได้แต่ให้คนเข้าชมได้ไม่เกินร้อยละ
30 ของความจุพื้นที่
มาตราการสำหรับการใช้หน้ากากอนามัย
มาตรการบังคับสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเมื่ออยู่ในระบบขนส่งสาธารณะมีผลทั่วสเปน นอกเหนือจากการที่ประชาชนต้อง
ปฏิบัติตามแนวทางระยะห่างทางกายภาพเมื่ออยู่ในรถประจำทางและรถไฟ
มาตราการสำหรับบริษัท
ยังคงแนะนำให้ทำงานจากที่บ้านเท่าที่ยังเป็นไปได้จนกว่าจะเข้าสู่ขั้นสุดท้ายของแผนยกเลิกการปิดเมือง
มาตรการที่ยังไม่มีการผ่อนปรน
โรงเรียนต้องยังไม่เปิดการเรียนการสอนจนกว่าจะถึงเดือนกันยายน

นอร์เวย์

มาตรการสำหรับการพบปะผู้คน
ขนาดของกลุ่มที่แนะนำที่สามารถพบเจอแบบส่วนตัวเพิ่มขึ้นจากไม่เกิน
5 คน เป็นสูงสุดไม่เกิน 20 คนโดยที่ผู้คนจะต้องรักษาระยะห่างจากกัน
อย่างน้อย
1 เมตร
มาตรการสำหรับการทำงานและบริษัท
นายจ้างมีหน้าที่ตรวจสอบให้แน่ใจว่า พนักงานของพวกเขาสามารถรักษาระยะห่างกันอย่างน้อย
1 เมตร ตลอดเวลาที่ทำงานได้ และในส่วน
ของบางพื้นที่ในประเทศนอร์เวย์ ที่พนักงาน จำเป็นต้องพึ่งพาระบบขนส่งมวลชน โดยอนุญาตให้ทำงานได้จากสำนักงานที่บ้าน และ ประชุม
ผ่านทางระบบออนไลน์ ได้มากที่สุดหากเป็นไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ เมืองออสโล และในเมืองอื่นๆ ที่มีผู้ใช้ ระบบขนส่งมวลชน
เป็นจำนวนมากในช่วงเวลาทำงานและช่วงเวลาเร่งด่วน

 

มาตรการสำหรับสถานศึกษา

โรงเรียนทุกระดับชั้นจะต้องปฏิบัติตามกฎการควบคุมการติดเชื้อ แต่มหาวิทยาลัย วิทยาลัย และวิทยาลัยอาชีวศึกษา จะต้องดำเนินการสอน
ทางไกลต่อไป
มาตรการสำหรับร้านค้าและร้านอาหาร
บาร์และสถานประกอบการอื่นๆ ที่ให้บริการเครื่องดื่มแต่ไม่มีบริการอาหาร เปิดบริการได้หากสามารถปฏิบัติตามกฎของการรักษาระยะห่าง
อย่างน้อย
1 เมตร
ระหว่างลูกค้าและพนักงาน
มาตรการสำหรับการเล่นกีฬา
อนุญาตให้จัดกิจกรรมว่ายน้ำ รวมถึงเปิดชั้นเรียนว่ายน้ำโรงเรียน
มาตรการสำหรับการจัดกิจกรรม
การจัดกิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมระหว่าง
50 – 200 คนจะได้รับอนุญาตให้จัด (หากไม่มีการแพร่ระบาดของการติดเชื้อรุนแรงใน ประเทศนอร์เวย์
ในช่วงนั้นอีกแล้ว)
มาตรการสำหรับการเล่นกีฬา
ศูนย์ออกกำลังกายอาจจะสามารถเปิดทำการได้ โดยมีเงื่อนไข จะต้องให้ความร่วมมือกับ เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานด้านสุขภาพ เพื่อเป็น
แนวทางในการปฏิบัติให้ได้มาตรฐานของการควบคุมการติดเชื้อที่เหมาะสม

ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ :

https://waa.inter.nstda.or.th/stks/pub/2020/20200713-newsletter-brussels-no04-apr63.pdf

 

 

biotec

mtec

nectec
nanotec
entec

tsp

AIMI

nctc

ตราโลโก้ ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (Logo of National Security and Dual-Use Technology Center: NSD)

ตราโลโก้ ศูนย์ทดสอบทางพิษวิทยาและชีววิทยา (Toxicology and Bio Evaluation Service Center)

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป