APQC (American Productivity and Quality Center) ได้จัดวิธีการถ่ายทอดความรู้ของผู้เชี่ยวชาญออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่
1. Structured elicitation ผู้เชี่ยวชาญเข้าไปมีส่วนร่วมในการสัมภาษณ์, การทำแผนที่ความรู้ หรือกิจกรรมที่คล้ายกันที่ถูกออกแบบเพื่อสกัดความรู้ในตัวผู้เชี่ยวชาญและบันทึกหรือถ่ายทอดโดยตรงไปยังผู้เชี่ยวชาญที่กำลังจะประสบความสำเร็จ
2. Peer-based knowledge transfer ผู้เชี่ยวชาญให้ความรู้ผ่านชุมชนนักปฏิบัติ (communities of practice), เครือข่ายทางสังคมของบริษัท, ที่ประชุมการอภิปราย, การแนะนำ หรือเครื่องมือ expertise location
3. Learning sessions and events ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้สอน, ผู้นำเสนอ, ผู้อำนวยความสะดวก และหรือผู้พัฒนาหลักสูตรสำหรับการอบรม, webinars, workshops หรือกิจกรรมการเรียนรู้อื่นๆ
4. Documentation ผู้เชี่ยวชาญสร้าง, ทบทวน หรือทำให้ถูกต้องเนื้อหาความรู้ตามความสนใจ

ข้างล่างเป็น 5 คำแนะนำเพื่อทำให้ผู้เชี่ยวชาญถ่ายทอดความรู้
1. เข้าใจอะไรที่กระตุ้นผู้เชี่ยวชาญและใช้ให้เป็นประโยชน์
ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ต้องการให้หน่วยงานประสบผลสำเร็จ แต่จะถูกกระตุ้นมากกว่าถ้าเห็นประโยชน์ส่วนตัว คุยกับผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ใช้วิธีการถ่ายทอดความรู้เป็นวิธีแก้ปัญหา ทำให้ผู้เชี่ยวชาญเห็นว่าการถ่ายทอดความรู้เป็นโอกาสในการมีชื่อเสียง ไม่เพียงแต่เป็นงานที่ต้องทำให้สำเร็จ ผู้เชี่ยวชาญควรรู้สึกว่าสถานะกำลังเป็นที่รู้จักและการให้มีคุณค่า เชื่อมโยงการถ่ายทอดกับโอกาสทางอาชีพหรือโปรแกรมที่โดดเด่นเป็นหนึ่งหนทางในการยกระดับการมีส่วนร่วมใน KM
2. กำหนดให้แน่นอนว่าต้องการอะไรและใช้เวลาเท่าไร  
ผู้เชี่ยวชาญยินดีที่จะถ่ายทอดความรู้มากกว่าถ้าได้รับคำถามที่ชัดเจน ส่วนใหญ่ต้องการความช่วยเหลือ แต่ทั้งผู้เชี่ยวชาญและผู้จัดการของผู้เชี่ยวชาญหลีกเลี่ยงจากการมอบหมายที่ไม่ชัดเจน บางชนิดของการถ่ายทอดง่ายกว่าในการจำกัดจำนวน แต่ต้องแน่ใจว่าคิดผ่านรายละเอียดและสามารถให้การประมาณอย่างหยาบๆ ในเรื่องเวลา ตัวอย่างเช่น structured elicitation ทำงานดีที่สุดเป็นโครงการที่ถูกจำกัด ด้วยวันที่เริ่มต้นและสิ้นสุด, จำนวนชั่วโมงโดยประมาณที่ต้องการ และความคาดหวังสำหรับผู้เข้าร่วมแต่ละคน หน่วยงานพบว่าง่ายกว่าที่จะดึงดูดที่ปรึกษาเมื่อการให้คำปรึกษามี timelines ที่ชัดเจน (โดยปกติ 3-6 เดือน) ชุมชนมีแนวโน้มที่จะมีโครงสร้างน้อยกว่าเมื่อมีผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วม แต่ยังคงได้ประโยชน์จากตัวแปรที่ชัดเจน เช่น ความต้องการใช้ 1-2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ตอบคำถามสมาชิก
3. ทำให้การมีส่วนร่วมง่ายไม่ซับซ้อนเท่าที่จะเป็นไปได้
วางแผนขบวนการถ่ายทอดความรู้จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ และรู้วิธีปรับให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อาจสร้างแม่แบบที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้เพื่อผู้เชี่ยวชาญใช้, มอบหมายผู้อำนวยความสะดวกให้ช่วยผู้เชี่ยวชาญสำรวจและทำความรู้ให้เป็นเอกสาร หรือสร้างระบบซึ่งส่งคำถามที่เฉพาะแก่ผู้เชี่ยวชาญดังนั้นไม่ต้องเข้าไปเจอกับ posts ที่ไม่น่าสนใจ
4. อย่าให้ผู้เชี่ยวชาญทำงานที่คนอื่นสามารถทำ
ผู้เชี่ยวชาญจะรู้สึกผิดหวังถ้าให้ทำกิจกรรมที่ไม่มีคุณค่า เช่น จัดกำหนดการ webinars, นำเนื้อหาออกเผยแพร่ หรือเพิ่ม metadata ดีกว่าถ้าจัดให้มีเพื่อนร่วมงานรุ่นน้องที่สามารถบริหารจัดการเกี่ยวกับการถ่ายทอดความรู้ ให้เวลาผู้เชี่ยวชาญกับงานที่สามารถทำ และมอบหมายที่เหลือแก่ผู้อื่น
5. ขยายความเชี่ยวชาญ
หนทางสุดท้ายที่จะลดภาระของผู้เชี่ยวชาญให้น้อยที่สุด คือ ให้ mid-career professionals เป็นที่ปรึกษาแก่ผู้ไร้ประสบการณ์, สร้างเนื้อหาความรู้พื้นฐาน และจัดการคำถามและคำร้องขอที่ไม่ซับซ้อน บางสถานการณ์ต้องการผู้เชี่ยวชาญแต่สถานการณ์อื่นๆ สามารถจัดการได้ง่ายโดยคนทำงานที่มีศักยภาพซึ่งไม่ได้มีสถานะเป็นผู้เชี่ยวชาญ

ที่มา: Lauren Trees (October 15, 2020). How KM Gets Experts to Transfer Their Knowledge. Retrieved December 29, 2020, from https://www.apqc.org/blog/how-km-gets-experts-transfer-their-knowledge

biotec

mtec

nectec
nanotec
entec

tsp

AIMI

nctc

ตราโลโก้ ศูนย์เทคโนโลยีเพื่อความมั่นคงของประเทศและการประยุกต์เชิงพาณิชย์ (Logo of National Security and Dual-Use Technology Center: NSD)

ตราโลโก้ ศูนย์ทดสอบทางพิษวิทยาและชีววิทยา (Toxicology and Bio Evaluation Service Center)

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป