magnify
magnify

Open Knowledge for all 

Home การแพทย์/สาธารณสุข เครื่องสำอางลุยอาเซียน ไทยดึง’นาโน’อัพเกรดผลิตภัณฑ์
formats

เครื่องสำอางลุยอาเซียน ไทยดึง’นาโน’อัพเกรดผลิตภัณฑ์

‘อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง’ เป็นอีกภาคส่วนที่เร่งพัฒนาตัวเองไม่ให้ตกขบวนในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน หรือเออีซี (AEC)

ข้อมูลจากสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า มูลค่าการส่งออกเครื่องสำอางไทยปี 2555 เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 จากปี 2554 หรือคิดเป็น 5,300 ล้านบาท

ส่วนมูลค่าการส่งออกตลาดเวชสำอางในกลุ่มอาเซียนเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 หรือคิดเป็น 472 ล้านบาท แต่เมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนปลายปี 2558 เชื่อว่าตัวเลขส่งออกของไทยย่อมเปลี่ยนแปลงแต่จะเพิ่มขึ้นหรือลดลง รวมถึงจะแย่งส่วนแบ่ง ในกลุ่มอาเซียนได้แค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมของภาครัฐและเอกชน          ในการสัมมนาว่าด้วยเรื่อง “การพัฒนาผลิตภัณฑ์เวชสำอางเพื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) โดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” จัดโดยสำนักงานพัฒนาวิทยา ศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

ภญ.นฤภา วงศ์ปินะรัตนกุล หัวหน้างานกำหนดมาตรฐาน กลุ่มควบคุมเครื่องสำอาง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข กล่าวในมุมมองของภาครัฐว่า ผู้ประกอบการเครื่องสำอางไทยต้องเตรียมพร้อมด้วยการศึกษากฎระเบียบเครื่อง สำอางอาเซียนซึ่งเน้นการค้าเสรีและความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นหลัก

หลักการอาเซียนกำหนดว่าผู้ประกอบการต้องจดแจ้งข้อมูลผลิตภัณฑ์ก่อนวางจำหน่าย
ต้องพร้อมให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
ผู้ผลิต/ผู้นำเข้า/ผู้ขายต้องรับผิดชอบผลิตภัณฑ์ ดูแลและเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์ให้ปลอดภัยต่อผู้บริโภค
แต่ไทยยังมีปัญหาอยู่มาก เช่น แถวตะเข็บชายแดน สุ่มตัวอย่างเครื่องสำอางหน้าขาวพบสารแคดเมียมสูง ซึ่งส่งผลต่อความน่าเชื่อถือและความสามารถในการแข่งขัน

ด้าน ภก.กิตติพันธ์ มโนสิทธิศักดิ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท บางกอก โบทานิก้า จำกัด กล่าวว่า เมื่อไทยเข้าสู่เออีซี ตลาดจะใหญ่ขึ้น 10 เท่า เราต้องทบทวนว่าจะสู้กับใคร

กลุ่มประเทศที่เหนือกว่าได้แก่ สิงคโปร์ และมาเลเซีย
กลุ่มที่คล้ายคลึงได้แก่ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และอินโดนีเซีย
และกลุ่มที่ด้อยกว่าได้แก่ พม่า กัมพูชา ลาว และบรูไน
โดยสิ่งที่ต้องคำนึงคือประชากรครึ่งหนึ่งของภูมิภาคเป็นมุสลิม และมีวัฒนธรรมประเพณีแตกต่างกันไปแต่ละพื้นที่ซึ่งต้องศึกษาให้ดี
“ผมไปออกบูธในอินโดนีเซีย ที่นั่นสตรีสวมผ้าคลุมหน้า แต่เราไปขายเครื่องสำอางจะทดสอบครีมกันอย่างไร
“อีกอย่างเขาห้ามผู้ชายแตะตัวผู้หญิง จะแก้ปัญหาก็ต้องพาพนักงานผู้หญิงไปด้วย” ภก.กิตติพันธ์ยกตัวอย่าง
ภก.กิตติพันธ์ระบุด้วยว่า ในด้านคู่แข่งในอาเซียน ต้องระวังจีนและเกาหลีใต้

อย่าง ‘ทานาคา’ จากพม่าที่เคยเห็นขายตามจ.ระนอง จ.ประจวบฯ ตอนนี้เกาหลีนำไปพัฒนาแล้ว และใช้เทคโนโลยีนาโนด้วยแล้วเอามาขายบ้านเรา

หรืออย่างลูกประคบ เกาหลีแย่งไปทำหีบห่อสวยงาม ดังนั้นผู้ประกอบการไทยต้องวางกลยุทธ์ให้เร็ว
คำแนะนำแรกสำหรับผู้ประกอบการคือสำรวจตลาด โดยอาจไปกับกรมส่งออกหรือบริษัททัวร์เพื่อไปดูซูเปอร์มาร์เก็ตว่าเขาขายอะไร ใครเป็นผู้จัดจำหน่าย แล้วไปขอข้อมูลจากทูตไทย จากนั้นมาย้อนดูโรงงานตัวเองว่ามีกำลังผลิตขนาดไหน

“ต้องดูว่านโยบายบริษัทตัวเองจะรุกหรือตั้งรับ อย่างบริษัทผมเป็นเชิงรุก ต้องดูว่าจะรุกวิธีไหน บริษัทผมเคยพยายาม เข้าพม่า 5 ปีแต่เข้าไม่ได้ กระทั่งได้รู้จัก นายแพทย์ในพม่าซึ่งมีเส้นสายการเมือง ถึงเข้าไปทำตลาดได้ นั่นคือช่องทางต้อง เรียนรู้” ภก.กิตติพันธ์กล่าว

สำหรับนวัตกรรมน่าสนใจอันหนึ่งที่วงการเครื่องสำอางนิยมนำมาใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์ ก็คือ
‘นาโนเทคโนโลยี’ ซึ่งเกี่ยวข้องกับอนุภาคขนาดเล็กระดับนาโนเมตร หรือ 1 ส่วนใน 1 พันล้านเมตร แล้วอ้างคุณสมบัติเรื่องการดูดซึมเข้าสู่ผิว ทำให้มีประสิทธิภาพออกฤทธิ์สูง

ภญ.อภิรดา สุคนธ์พันธุ์ รก. หัวหน้าห้องปฏิบัติการนาโนเวชสำอาง ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ กล่าวว่า
กลุ่มเครื่องสำอางที่ใช้นาโนมีทั้งกลุ่ม ไวเทนนิ่ง(ทำให้ขาว) และ แอนไทเอจจิ้ง (ต่อต้านริ้วรอย) แต่การจะกล่าวอ้างได้ต้องผ่านการทดสอบวิจัยที่ดี

“ยกตัวอย่างศูนย์นาโนฯ ร่วมมือกับมูลนิธิเจ้าพระยาอภัยภูเบศรทำวิจัยเรื่องเซรั่มบำรุงผม โดยใช้เทคโนโลยีนาโนส่งสารเข้าสู่รากผม ทำให้เก็บสารได้คงตัว และมีประสิทธิภาพซึมผ่านสูง ปลดปล่อยสารได้นาน โดยประกอบด้วยสารสกัดจากน้ำมันรำข้าว บัวบก น้ำมันงาและอัญชัน ซึ่งจากการวิจัยสำเร็จไปแล้ว พบว่าทำให้เส้นผมแข็งแรงขึ้นร้อยละ 17″ ภญ.อภิรดากล่าว

ปิดท้ายกันที่ ภก.ดร.พงศกรพัฒน์ อรุโณทยานันท์ ผู้จัดการฝ่ายฝึกอบรมผลิตภัณฑ์ระดับนานาชาติ อาวียองซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล ยูนิลีเวอร์ กล่าวว่า

ต้องตั้งคำถามด้วยว่า การใช้ ‘นาโน’ เป็นความต้องการของผู้ผลิตหรือผู้บริโภคเพราะปัจจุบันกระแสมาแรงเนื่องจาก ทุกคนมองว่า ผู้บริโภคต้องการมากขึ้น เช่นจากเดิมที่ต้องการเพียงให้ความชุ่มชื้นก็ต้องมีสารทำให้ดูขาวขึ้น หรือลดเลือนริ้วรอย

“ที่เกาหลีมีการทำมาสก์หน้านาโนอ้างว่าทำให้หน้าไม่แห้งหรือมีริ้วรอยเหมือน ใช้มาสก์กระดาษ นอกจากนี้ยังมีเครื่องสำอางที่อ้างว่ามีอนุภาคทองคำระดับนาโนด้วย ต้องดูว่าจำเป็นจริงหรือไม่ที่ต้องใช้นาโน โดยเวลานี้ยังมีฝ่ายที่คัดค้านเพราะไม่มั่นใจว่าปลอดภัย กลัวจะมีผลต่อดีเอ็นเอ ความกลัวเหล่านี้จะหมดไปได้ต้องมีการรับรองตรวจสอบจากภาครัฐ” ภก.ดร.พงศกรพัฒน์กล่าว

‘นาโนเทคโนโลยี’ คืออะไร?
“นาโนเทคโนโลยี” หมายถึงเทคโนโลยีประยุกต์ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดการ การสร้าง การสังเคราะห์วัสดุหรืออุปกรณ์ในระดับของอะตอม-โมเลกุล หรือชิ้นส่วนที่มีขนาดเล็กในช่วงประมาณ 1 ถึง 100 นาโนเมตร ซึ่งจะส่งผลให้วัสดุ หรืออุปกรณ์ต่างๆ มีหน้าที่ใหม่ๆ และมีคุณสมบัติที่พิเศษขึ้นทั้งทางด้านกายภาพ เคมี และชีวภาพ ทำให้มีประโยชน์ต่อผู้ใช้สอยและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้

คำว่า “นาโน (Nano)” เป็นคำที่มีรากศัพท์มาจากคำในภาษากรีกว่า Nanos ซึ่งแปลว่าแคระหรือเล็ก
เมื่อนำคำว่า นาโน มาใช้นำหน้าหน่วยวัดทางวิทยาศาสตร์หรือคณิตศาสตร์ จะหมายถึงขนาดเศษหนึ่งส่วนพันล้านส่วนของหน่วยวัดนั้น
คำว่านาโนเมตร มาจากคำ 2 คำมารวมกัน คือ คำว่า “นาโน” กับ “เมตร” ดังนั้นคำว่านาโนเมตรจึงหมายถึงหน่วยวัดที่มีขนาดเท่ากับ “เศษหนึ่งส่วนพันล้านส่วนของหนึ่งเมตร” นั่นคือ

หนึ่งนาโนเมตร (1 nm) = เศษหนึ่งส่วนพันล้านส่วนของหนึ่งเมตร
ขนาด 1 นาโนเมตรนั้นมีขนาดเล็กกว่าเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผมมนุษย์ประมาณ 8 หมื่นถึง 1 แสนเท่า
โดยขนาดสิ่งของที่เล็กที่สุดที่มนุษย์สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่านั้นมีขนาดประมาณ 10,000 นาโนเมตร
ดังนั้นขนาดหนึ่งนาโนเมตรจึงเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หรือแม้แต่การใช้กล้องจุลทรรศน์ธรรมดา
การที่นักวิทยาศาสตร์จะสามารถมองเห็นขนาดเล็กระดับหนึ่งนาโนเมตรได้นั้น จะต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ที่มีกำลังขยายสูงมาก
เช่น กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน หรือ กล้องจุลทรรศน์ชนิดใหม่ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการศึกษาและวิจัยทางด้านนาโนเทคโนโลยีโดยเฉพาะ

การนำนาโนเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้นั้น สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทด้วยกันคือ
นาโนเทคโนโลยีชีวภาพ (Nanibiotechnology)
วัสดุนาโน (Nanomaterial)
นาโนอิเล็กทรอนิกส์ (Nanoelectronics)

รายการอ้างอิง :
สาวิตรี เฉลิมจิระรัตน์. เครื่องสำอางลุยอาเซียน ไทยดึง’นาโน’อัพเกรดผลิตภัณฑ์. ข่าวสด (กรอบบ่าย). ฉบับวันที่ 08 เมษายน พ.ศ. 2556.– ( 170 Views)

 
 Share on Facebook Share on Twitter Share on Reddit Share on LinkedIn
No Comments  comments 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*


+ 9 = fifteen

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>