หน้าแรก 10 Technologies to Watch 2025: อุปกรณ์อัจฉริยะฝังในร่างกาย (Smart Implants)

10 Technologies to Watch 2025: อุปกรณ์อัจฉริยะฝังในร่างกาย (Smart Implants)

29 ส.ค. 2568
0
ข่าว
ข่าวประชาสัมพันธ์
บทความ

10 Technologies to Watch 2025: อุปกรณ์อัจฉริยะฝังในร่างกาย (Smart Implants)

อินโฟกราฟิกประกอบเนื้อหาเรื่องอุปกรณ์อัจฉริยะฝังในร่างกาย โดยมีรายละเอียดอยู่ในเนื้อหาส่วนต่อไป

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเราเริ่มเห็นแนวโน้มของเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ พาร์กินสัน ที่ต้องการการดูแลอย่างสม่ำเสมอและแม่นยำมากยิ่งขึ้น เทคโนโลยีหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจและมีการพัฒนาต่อเนื่อง คือ “Smart Implants” หรือ “อุปกรณ์อัจฉริยะฝังในร่างกาย”

อินโฟกราฟิกประกอบเนื้อหาเรื่องอุปกรณ์อัจฉริยะฝังในร่างกาย โดยมีรายละเอียดอยู่ในเนื้อหาส่วนต่อไป

Smart Implants คือ อุปกรณ์ฝังในร่างกาย ที่นอกจากจะทำหน้าที่พื้นฐาน เช่น ทดแทนอวัยวะหรือช่วยการทำงานของอวัยวะบางส่วนแล้ว ยังตรวจวัดสัญญาณชีพ ประมวลผล และส่งข้อมูลสุขภาพแบบเรียลไทม์ อุปกรณ์ประเภทนี้มักประกอบด้วยเซนเซอร์ขนาดเล็ก ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ระบบสื่อสารไร้สาย และอัลกอริทึม AI เพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล (personalized healthcare)

อินโฟกราฟิกประกอบเนื้อหาเรื่องอุปกรณ์อัจฉริยะฝังในร่างกาย โดยมีรายละเอียดอยู่ในเนื้อหาส่วนต่อไป

ปัจจุบันมีการใช้งาน Smart Implants หลายรูปแบบ เช่น อุปกรณ์กระตุ้นสมองส่วนลึก (Deep Brain Stimulator หรือ DBS) สำหรับผู้ป่วยพาร์กินสันที่สามารถควบคุมอาการสั่นได้ และบางรุ่นตรวจจับคลื่นสมองเพื่อปรับแรงกระตุ้นได้อัตโนมัติ อุปกรณ์ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดอย่างต่อเนื่องแบบฝังในผิวหนัง เช่น Eversense CGM ที่ติดตามค่ากลูโคสได้ยาวนานถึง 365 วันโดยไม่ต้องเปลี่ยนเซนเซอร์บ่อย ๆ และประสาทหูเทียมอัจฉริยะที่ส่งสัญญาณและปรับระดับเสียงได้ พร้อมด้วยหน่วยความจำสำหรับจัดเก็บข้อมูลการได้ยิน เช่น Cochlear Nucleus Nexa

อินโฟกราฟิกประกอบเนื้อหาเรื่องอุปกรณ์อัจฉริยะฝังในร่างกาย โดยมีรายละเอียดอยู่ในเนื้อหาส่วนต่อไป

ทั้งนี้จากรายงานของ Transparency Market Research พบว่า อุตสาหกรรม Smart Implants ทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 5.7 พันล้านดอลลอร์สหรัฐ ในปี ค.ศ. 2022 โดยมีการคาดการณ์แนวโน้มของตลาดว่าจะมีอัตราการเติบโตแบบทบต้น (CAGR) ร้อยละ 18.1 ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2023-2031 และจะมีมูลค่ามากกว่า 2.48 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในสิ้นปี ค.ศ. 2031

อินโฟกราฟิกประกอบเนื้อหาเรื่องอุปกรณ์อัจฉริยะฝังในร่างกาย โดยมีรายละเอียดอยู่ในเนื้อหาส่วนต่อไป

แม้การใช้งาน Smart Implants ในประเทศไทย ทั้งแบบเต็มรูปแบบที่มีการรวมระบบสื่อสารไร้สาย และอัลกอริทึม AI จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่มีการใช้งาน Smart Implants ในโรงพยาบาลเอกชนและโรงเรียนแพทย์มาระยะหนึ่งแล้ว โดยส่วนใหญ่นำเข้าผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ เช่น DBS ในผู้ป่วยพาร์กินสัน และผลิตภัณฑ์ประสาทหูเทียมในเด็กที่มีปัญหาการได้ยิน ซึ่งได้เป็นสิทธิประโยชน์ในหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2021

นอกจากนี้ สวทช. ยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีด้านวัสดุฝังใน เซนเซอร์ และระบบติดตามสุขภาพผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างต่อเนื่องพร้อมต่อยอดเทคโนโลยีนี้ โดยคาดว่า Smart Implants จะมีความสามารถในการตรวจวัดที่หลากหลายขึ้น ใช้พลังงานน้อยลง ติดตามแบบเรียลไทม์ และส่งข้อมูลระยะไกลมากขึ้น รวมถึงมีบทบาทมากขึ้นในกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ต้องการการดูแลใกล้ชิดแบบระยะยาว


📌 อ่านข้อมูลฉบับเต็มและข่าวประชาสัมพันธ์ได้ที่: https://www.nstda.or.th/r/BtQWQ
📌 รับชมการบรรยายได้ที่ : https://www.youtube.com/watch?v=8cAv6AEX55c

แชร์หน้านี้: