ABTC 2025 เปิดเวทีวิสัยทัศน์แบตเตอรี่อาเซียน เชื่อมเทคโนโลยี มาตรฐาน และการลงทุนสู่อนาคตพลังงานใหม่
วันที่ 28–29 สิงหาคม 2568 ณ โรงแรม ทราย ลากูน่า จังหวัดภูเก็ต: ในการประชุมวิชาการ 3rd ASEAN Battery Technology Conference (ABTC) 2025 เวทีสำคัญที่เป็นหมุดหมายหลักในการพัฒนาอุตสาหกรรมแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงานของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต โดยเน้นทั้งการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย และการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมพลังงานสะอาด โดยสมาคมเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานไทย (TESTA) ภายใต้การสนับสนุนของศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
TESTA และเครือข่ายพันธมิตร มีบทบาทสำคัญในการผลักดันองค์ความรู้และมาตรฐานด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงานสู่ระดับภูมิภาค ทำหน้าที่เป็นผู้นำด้านวิชาการและการวิจัย พัฒนาแนวทางยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและเศรษฐกิจหมุนเวียนในอุตสาหกรรมพลังงาน และประสานความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรม หน่วยงานกำหนดนโยบาย และนักวิจัย เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานในอาเซียนให้เติบโตอย่างยั่งยืน
![]() |
![]() |
บรรยากาศภายในงานมีผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย ภาคอุตสาหกรรม และสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมจำนวนมาก เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าทางวิทยาการและแนวทางปฏิบัติในหลายมิติ ครอบคลุมหัวข้อสำคัญ อาทิ เทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานระยะยาวสำหรับเมืองพลังงานหมุนเวียน 100% โดย Prof. Yet-Ming Chiang จาก Massachusetts Institute of Technology (MIT) การจัดการโครงข่ายไฟฟ้าในไทย โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) และแผนการประยุกต์ใช้ระบบกักเก็บพลังงานในมาเลเซีย โดย UiTM Solar Research Institute Universiti Teknologi MARA (UiTM) ตลอดจนการพัฒนาระบบ Grid-forming ESS สำหรับเมืองพลังงานสะอาด โดย Huawei Digital Power Thailand ที่ช่วยยกระดับความมั่นคงด้านพลังงาน รวมถึงเสวนา “Beyond the battery: Innovation in ASEAN for grid-scale storage systems” แลกเปลี่ยนมุมมองด้านนวัตกรรมและทิศทางใหม่ของการพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงทางพลังงานและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของภูมิภาคอาเซียน นำโดยผู้เชี่ยวชาญจากมาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และบริษัทพลังงานชั้นนำในภูมิภาค
![]() |
![]() |
และประเด็นด้านความปลอดภัยของแบตเตอรี่ได้ถูกหยิบยกแลกเปลี่ยนกันอย่างเข้มข้นผ่านการนำเสนอโดย
Prof. Shirley Meng จาก University of Chicago และ Argonne National Laboratory (สหรัฐอเมริกา), Montavista Energy Technologies และมหาวิทยาลัย Tsinghua (จีน), EV Connection (มาเลเซีย), Concord New Energy (จีน) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) ร่วมด้วยข้อเสนอแนะจากเครือข่าย ASEAN Battery Safety Network และ Singapore Battery Consortium ที่มุ่งเน้นการออกแบบเซลล์รุ่นใหม่ การกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยระดับภูมิภาค ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับไอระเหยของอิเล็กโทรไลต์และความผิดปกติในระบบกักเก็บพลังงานล่วงหน้า ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภคและเสริมรากฐานให้อุตสาหกรรมพลังงานสะอาดเดินหน้าอย่างยั่งยืน
![]() |
![]() |
ส่วนประเด็นด้านการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน การสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน และโอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ เพื่อขับเคลื่อนภูมิภาคอาเซียนสู่อนาคตพลังงานสะอาด ผู้เชี่ยวชาญจากหลายประเทศร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางสู่การปิดวงจรอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ (Closing the Loop) ผ่านการออกแบบระบบรีไซเคิล การสร้าง Battery Passport และการพัฒนากลไกบริหารจัดการวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ภูมิภาคสามารถรับมือกับความต้องการพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานสำคัญ เช่น A*STAR Battery Centre สิงคโปร์, CSIRO ออสเตรเลีย, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT), NanoMalaysia, SK TES และ Schneider Electric
นอกจากนี้ การเสวนายังเน้นสร้าง Supply Chain ที่ยืดหยุ่นและเชื่อมโยงในระดับภูมิภาค ผ่านการพัฒนามาตรฐาน Battery Swapping และเทคโนโลยี Connector Interface เพื่อรองรับการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก (LEV) ในตลาดอาเซียน ขณะเดียวกันยังเปิดมุมมองด้านการลงทุนและการเงินสีเขียว (Green Finance) ผ่านการวิเคราะห์แนวโน้มตลาดโลกและโอกาสลงทุนในภูมิภาคเพื่อเร่งสร้างความพร้อมให้กับภาคเอกชนและนักลงทุน
![]() |
![]() |
พิธีปิด ABTC 2025 ครั้งนี้สะท้อนบทบาทสำคัญของภูมิภาคอาเซียนในการเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงานพร้อมเดินหน้าสู่เศรษฐกิจพลังงานหมุนเวียน รองรับเป้าหมาย Net Zero และความยั่งยืนในระดับโลก พร้อมส่งมอบการเป็นเจ้าภาพอย่างเป็นทางการให้กับ ABTC 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นที่ปีนัง ประเทศมาเลเซีย สะท้อนถึงความต่อเนื่องของความร่วมมือด้านนวัตกรรมและมาตรฐานเทคโนโลยีแบตเตอรี่ในระดับอาเซียน