หน้าแรก คลังความรู้ 30 ปี สวทช. งานวิจัย 30 ปี สวทช. “H-FAME” แจ้งเกิดน้ำมันดีเซล B10 เชิงพาณิชย์
“H-FAME” แจ้งเกิดน้ำมันดีเซล B10 เชิงพาณิชย์
9 มิ.ย. 2564
0
30 ปี สวทช.
งานวิจัย 30 ปี สวทช.
ผลงานวิจัยเด่น

"H-FAME" แจ้งเกิดน้ำมันดีเซล B 10 เชิงพาณิชย์

สถิติการใช้น้ำมันไบโอดีเซลของประเทศไทยในปัจจุบันมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนแตะ 5.32 ล้านลิตรต่อวัน
ในเดือนธันวาคมพ.ศ.2563 ตัวเลขนี้บ่งบอกถึงความสำเร็จของงานวิจัยและการพัฒนาเชื้อเพลิงไบโอดีเซล (Biodiesel)
อย่างน้ำมันดีเซล B10 และส่งผลดีต่อผู้ที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของดีเซลหมุนเร็ว B10 ไม่ว่าจะเป็น
เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน โรงงานผลิตไบโอดีเซลเชิงพาณิชย์ บริษัทผู้ค้าน้ำมัน กลุ่มบริษัทผู้ผลิตรถยนต์
และประชาชนผู้ใช้รถที่ซื้อน้ำมันในราคาถูกลง

หนึ่งในหน่วยงานภาครัฐที่มีบทบาทสำคัญในการวิจัยและพัฒนาเพื่อสนับสนุนให้เกิดการใช้งานน้ำมันดีเซล B10 อย่างแพร่หลายก็คือ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ(เอ็มเทค) ในฐานะผู้วิจัยที่ใช้นวัตกรรมการเพิ่มคุณภาพไบโอดีเซล และผลักดันให้นำผลงานวิจัยออกไปใช้ประโยชน์ในการสร้างความมั่นคงให้กับเศรษฐกิจของประเทศ

ทีมนักวิจัยจากเอ็มเทค สวทช. ร่วมมือกับสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (National Institue of Advanced Industrial Science and Technology: AIST) ประเทศญี่ปุ่น นำเทคโนโลยี H-FAME มาใช้ในการเพิ่มคุณภาพไบโอดีเซล เพื่อลดคำสารปนเปื้อนประเภทโมโนกลีเซอไรด์ตามเกณฑ์การทดสอบของสมาคมผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น JAMA)

ทั้งนี้การที่จะเพิ่มคุณภาพไบโอดีเซลโดยใช้เทคโนโลยี H-FAME ให้เกิดขึ้นจริงในทางปฏิบัติได้นั้น ประเทศไทยต้องมีโรงงานผลิตระดับสาธิต ซึ่งมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่ผู้ผลิตไบโอดีเซลเชิงพาณิชย์โดยตรง ตลอดจนต้องมีการทดสอบใช้น้ำมัน B10 บนสภาวะการใช้งานบนถนนจริงกว่าแสนกิโลเมตรจนเป็นที่ยอมรับจากบริษัทผู้ผลิตเครื่องยนต์

ในปี พ.ศ. 2561 เอ็มเทค สวทช. ร่วมมือกับกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ดำเนินโครงการ “สนับสนุนการเพิ่มสัดส่วนการใช้น้ำมันไบโอดีเซลให้สูงขึ้น” ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เพื่อนำเทคโนโลยี H-FAME จากโครงการร่วมวิจัยไทย-ญี่ปุ่น ในการผลิตไบโอดีเซลคุณภาพสูงมาขยายผลในโรงงานผลิตระดับสาธิต

กิจกรรมนำร่องของโครงการดังกล่าวมีการคัดเลือกตัวแทนโรงงานไบโอดีเซล จำนวน 2 ราย ได้แก่
บริษัทบางจากไบโอฟูเอลจำกัด (BBF) และบริษัทโกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GGC)
เพื่อรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี H-FAME ในการผลิตไบโอดีเซลที่มีคุณสมบัติทางเชื้อเพลิงที่สูงกว่าเชื้อเพลิงไบโอดีเซลที่ใช้อยู่ ณ ขณะนั้น ให้สอดรับกับข้อเสนอของกลุ่มบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่ต้องการให้ปรับปรุงคุณภาพของไบโอดีเซล จนเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

การที่จะได้รับการยอมรับนั้น สิ่งที่สำคัญก็คือต้องมีการทดสอบจริงผ่านเกณฑ์มาตรฐานจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

ทีมนักวิจัยฯ ที่ริเริ่มโครงการโดย “ดร.นุวงศ์ ชลคุป” นักวิจัยอาวุโส เอ็มเทค สวทช. หัวหน้าโครงการฯได้ร่วมกับโรงงานสาธิตของ 2 บริษัทดังกล่าว เพื่อขยายผลต้นแบบเทคโนโลยี H-FAME ในเชิงเทคนิคการผลิตพร้อมการประเมินมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ จนกระทั่งสามารถผลิตไบโอดีเซลคุณภาพสูงออกมากว่าหมื่นลิตร เพื่อนำไปทดสอบภาคสนามได้จริง

ในการตรวจสอบคุณภาพเชื้อเพลิงนั้น พบว่าผ่านทั้งเกณฑ์มาตรฐานของกรมธุรกิจพลังงาน และเกณฑ์ของสมาคมผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น (JAMA) จึงได้นำไบโอดีเซลไปผสมเป็นน้ำมัน B10เพื่อทดสอบวิ่งจริงกับรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลจำนวน 8 คันเป็นระยะทางกว่า 100,000 กิโลเมตรต่อคัน ตลอดจนทดสอบภาคสนามกับรถยนต์จากส่วนราชการ ได้แก่ กรมอู่ทหารเรือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และ สวทช. กว่า 150 คัน ซึ่งมียอดการใช้น้ำมัน B10 กว่า 99,000 ลิตร เพื่อเพิ่มความมั่นใจในวงกว้าง

นอกจากนี้ทีมนักวิจัยฯ ยังได้สุ่มเก็บตัวอย่างเชื้อเพลิงไบโอดีเซลและน้ำมันดีเซลในระบบจัดเก็บและระบบจัดจำหน่าย เพื่อตรวจวัดคุณภาพตามเกณฑ์ที่ประเมินไว้ อันจะเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้แก่บริษัทผู้ผลิตเครื่องยนต์และประชาชนทั่วไปในการใช้น้ำมันดีเซล B10 อีกด้วย

ทั้งนี้เป้าหมายของทีมนักวิจัยฯ ไม่ได้หยุดที่โครงการนำร่องใช้งานแต่ต้องการให้น้ำมันดีเซล B10 ที่ต่อยอดมาจากงานวิจัยเกิดขึ้นจริงในเชิงพาณิชย์ ซึ่งก็ประสบความสำเร็จเมื่อกรมธุรกิจพลังงานได้ออกประกาศกำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B10 ซึ่งมีรุ่นรถยนต์ที่ผู้ผลิตรถยนต์รับรองให้ใช้ B10 ได้ และประกาศเรื่องกำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันดีเซล พ.ศ. 2563 เพื่อกำหนดให้น้ำมันดีเซลหมุนเร็วที่ผสมไบโอดีเซลในสัดส่วน 10% เป็นน้ำมันดีเซลเกรดมาตรฐานที่มีจำหน่ายในทุกสถานีบริการทั่วประเทศ

ในอนาคตทีมนักวิจัยฯ จะมีการต่อยอดการใช้ไบโอดีเซล B10 และ B20 ร่วมกับมาตรฐานคุณภาพน้ำมันดีเซล (Euro 5) และมาตรฐานไอเสียรถยนต์ (Eur- 5) ที่มีการประกาศบังคับใช้ในอนาคต เพื่อลดปัญหามลพิษโดยเฉพาะฝุ่นจิ๋ว (PM2.5)

งานวิจัยและพัฒนาน้ำมันดีเซล B10 โดยนำเทคโนโลยี H-FAME มาใช้ ตั้งแต่เริ่มต้นจนก้าวสู่เชิงพาณิชย์ ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานและคุณภาพเชื้อเพลิงชีวภาพของไทยให้ทั่วโลกยอมรับตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง นับเป็นการสนับสนุนการใช้ไบโอดีเซลในสัดส่วนที่สูงขึ้น ลดการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ ช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันขายปาล์มได้ในราคาที่ดีขึ้น และส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมกล่าวคือช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และลดฝุ่นพิษ PM2.5ในอากาศอีกด้วย.

ดาวน์โหลดหนังสือฉบับเต็ม

แชร์หน้านี้: